-
วันที่: 18 November 2026 (Wednesday)
-
เวลา: 09.00–16.00 น.
-
สถานที่: Grande Centre Point Terminal 21 Asoke Bangkok
-
แนวคิด: Smart Solutions for Sustainable Business Growth
-
หัวข้อหลัก: ERP & Regional Solutions, AI & Workflow Automation, Cybersecurity & Cloud, Warehouse Management และ Digital Services & Carbon
1. Regional ERP Implementation
ERP สำหรับหลายประเทศ + Local Compliance คืออะไร?
Regional ERP คือระบบ ERP สำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานในหลายประเทศ โดยใช้แพลตฟอร์มและกระบวนการทำงานร่วมกัน พร้อมรองรับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละประเทศ
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
Regional ERP ช่วยให้หลายประเทศใช้ Platform และ Process ร่วมกัน ขณะเดียวกันยังรองรับภาษี สกุลเงิน และข้อกำหนดของแต่ละประเทศ
ภาพการทำงาน
หลายประเทศ → ERP กลาง → Local Compliance → Group Reporting
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- SAP Business One: ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก–กลาง ครอบคลุม Finance, Sales, Purchasing และ Inventory
- Sage 300: Business Management และ Accounting รองรับหลายบริษัทและหลายสกุลเงิน
- Sage X3: เหมาะกับธุรกิจที่มีความซับซ้อน เช่น Manufacturing, Distribution และ Supply Chain
ความเชื่อมโยงกับ ERP
ระบบที่เกี่ยวข้องสามารถทำหน้าที่คนละชั้นกับ ERP แต่รับส่งข้อมูลร่วมกันได้ เพื่อให้ Business Process เชื่อมโยงกัน
2. Security — Cybersecurity
Cybersecurity สำหรับ Network / Endpoint / Web คืออะไร?
ระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ Network, Endpoint และ Web เพื่อป้องกัน ตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคาม
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
องค์กรมี Internet, Network, Server, ERP และข้อมูลสำคัญ จึงต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์
ภาพการทำงาน
User → Network → FortiGate → ERP/Apps
Protect → Detect → Analyze → Respond
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- FortiGate: Firewall / Network Security ใช้ตรวจสอบ Traffic และควบคุมการเข้าถึง
- FortiManager: บริหารอุปกรณ์ Fortinet จากส่วนกลาง
- FortiAnalyzer: เก็บและวิเคราะห์ Log / Security Events
- FortiEDR / FortiWeb: EDR ใช้ป้องกัน Endpoint ส่วน Web ใช้ป้องกัน Web Application
ความเชื่อมโยงกับ ERP
ระบบรักษาความปลอดภัยช่วยปกป้องเครือข่าย ระบบงาน และข้อมูลที่ใช้ในกระบวนการทางธุรกิจ โดยทำงานร่วมกับระบบ ERP และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง
3. AI — MANUEL AI
AI No-code Platform สำหรับ Finance & Accounting คืออะไร?
MANUEL เป็น Financial Control Layer ที่ช่วยตรวจสอบ ตรวจสอบความตรงกัน กระทบยอด และจัดการข้อยกเว้นในการทำงานด้านการเงินร่วมกับ ERP/GL ไม่ใช่ ERP ตัวใหม่
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
ช่วยจัดการกระบวนการตรวจสอบและกระทบยอดข้อมูลจากหลายแหล่ง ลดภาระงานตรวจสอบด้วยมือ และช่วยติดตามรายการที่มีข้อผิดพลาดหรือไม่ตรงกัน
ภาพการทำงาน
Data Sources → MANUEL → Validate / Match / Reconcile → Exception → ERP/GL/Reporting
ส่วนประกอบที่ควรรู้
- Data Intake: รับข้อมูลจาก ERP, Excel, Bank, Marketplace, Payment Gateway และเอกสาร
- AP PO Invoice Matching: ตรวจสอบความตรงกันระหว่าง PO, การรับสินค้า และ Invoice
- AR / Revenue Reconciliation: กระทบยอดรายได้จากหลายช่องทาง
- Command Center: ติดตาม Workflow, Exception และสถานะงาน
ความเชื่อมโยงกับ ERP
MANUEL ไม่ได้เข้ามาแทนที่ ERP แต่ทำหน้าที่เป็น Financial Control Layer โดยรับข้อมูลจากหลายแหล่ง ตรวจสอบ จับคู่ กระทบยอด จัดการ Exception และส่งต่อหรือตรวจสอบข้อมูลร่วมกับ ERP/GL
4. E-Commerce
การซื้อขายออนไลน์ที่ต้องเชื่อมหลายระบบ คืออะไร?
ระบบการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับระบบเบื้องหลังเพื่อให้ข้อมูลคำสั่งซื้อ การชำระเงิน และสต็อกถูกต้อง
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
หน้าร้านออนไลน์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบ เบื้องหลังต้องเชื่อม Payment, ERP, WMS และ Delivery เพื่อให้ Order และ Stock ตรงกัน
ภาพการทำงาน
Customer → Online Store → Payment/ERP → WMS → Delivery → Update Stock
ส่วนประกอบที่ควรรู้
- Online Store: รับ Order และข้อมูลลูกค้า
- Payment: รับชำระเงิน
- ERP: จัดการข้อมูล Order, Customer, Finance และ Inventory
- WMS / Delivery: รองรับการ Picking, Packing และ Shipping
ความเชื่อมโยงกับ ERP
ระบบ E-Commerce สามารถรับส่งข้อมูลกับ ERP เพื่อเชื่อมกระบวนการขาย การชำระเงิน การจัดการสินค้าคงคลัง และการจัดส่งให้ทำงานร่วมกัน
5. WMS — A-Plus
Warehouse Management + Barcode/หน้างาน คืออะไร?
WMS (Warehouse Management System) คือระบบบริหารจัดการงานคลังสินค้า ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การตรวจสอบสต็อก การหยิบสินค้า ไปจนถึงการจัดส่ง
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
WMS ช่วยจัดการงานคลังตั้งแต่รับของจนถึงส่งของ ส่วน A-Plus ในบริบทของ FMS ควรเน้นโซลูชัน Barcode/Warehouse ที่ทำงานร่วมกับ SAP Business One
ภาพการทำงาน
- ERP = ภาพรวมธุรกิจ
- WMS = รายละเอียดงานคลัง
- Barcode = การเก็บข้อมูลหน้างาน
ส่วนประกอบที่ควรรู้
- Receiving: รับและตรวจสินค้า
- Inventory / Location: ตรวจสอบว่าสินค้าอยู่ที่ไหนและมีจำนวนเท่าไร
- Picking / Packing: หยิบและแพ็กสินค้าตาม Order
- A-Plus Barcode: ช่วยเก็บข้อมูลหน้างานด้วย Barcode/Mobile และเชื่อม ERP ตาม Solution
ความเชื่อมโยงกับ ERP
WMS/Barcode ทำงานในระดับปฏิบัติการคลังสินค้า ส่วน ERP ใช้จัดการภาพรวมธุรกิจและ Stock โดยข้อมูลควรไหลกลับไปมาระหว่างระบบ
6. Workflow Management — Resource Manager
ระบบ Request + Approval + Time + Expense + Project คืออะไร?
ระบบจัดการคำขอ การอนุมัติ เวลา ค่าใช้จ่าย และโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานภายในองค์กรเป็นระบบมากขึ้น
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
Resource Manager เป็น Workflow Approval Tool ของ FMS ที่ช่วยจัดการคำขอและการอนุมัติ พร้อมเชื่อมต่อกับ Sage 300
ภาพการทำงาน
Request → Approval → Process → ERP → Record
ส่วนประกอบที่ควรรู้
- Travel & Expense: Travel Request, Expense Tracking และ Budget
- Time Management: Timesheet, Clock-in/Out, Leave และ Overtime
- Requisition: Purchase Requisition, Quotation และ PO/AP
- Project & Resource: Project, Task, Gantt, Calendar และ Resource Allocation
ความเชื่อมโยงกับ ERP
Resource Manager จัดการ Workflow/Approval และส่งข้อมูลที่อนุมัติแล้วไปดำเนินการต่อใน ERP เช่น Sage 300
7. INET Email
Corporate Email และ System Notification คืออะไร?
ระบบอีเมลสำหรับองค์กรและการแจ้งเตือนจากระบบงานต่าง ๆ
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
Email เป็นช่องทางสื่อสารขององค์กร และสามารถใช้แจ้งเตือนจาก Workflow/ERP เช่น ใบขอซื้อที่รอการอนุมัติ
ภาพการทำงาน
ERP/Workflow → Email Alert → User → Approve/Action
ส่วนประกอบที่ควรรู้
- Communication: ติดต่อพนักงาน ลูกค้า และ Supplier
- Notification: แจ้ง Approval / Status / Alert
- Account: บัญชี Email องค์กร
- Security: Phishing, Spam, Account Security และ Access Control
ความเชื่อมโยงกับ ERP
ระบบอีเมลสามารถรับการแจ้งเตือนจาก ERP หรือ Workflow เพื่อให้ผู้ใช้งานรับทราบสถานะและดำเนินการที่เกี่ยวข้องได้
หมายเหตุ: เอกสารระบุว่าต้องยืนยัน Vendor/Product ของหัวข้อนี้ก่อนนำเสนอจริง และไม่ควรระบุชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น หรือคุณสมบัติเฉพาะโดยการคาดเดา
8. INET Cloud
Cloud Infrastructure สำหรับระบบและข้อมูล คืออะไร?
Cloud Infrastructure คือการใช้ทรัพยากรด้าน Compute, Storage, Database และ Infrastructure ผ่านผู้ให้บริการ แทนการดูแลทุกอย่างด้วยตนเอง
ทำไมบริษัทต้องสนใจ?
Cloud ช่วยรองรับการทำงานของระบบและการจัดเก็บข้อมูล โดยองค์กรสามารถเลือกใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะกับความต้องการของธุรกิจ
ภาพการทำงาน
User → Network → Cloud → ERP/Application → Database
ส่วนประกอบที่ควรรู้
- Compute / VM: ทรัพยากรประมวลผลและเครื่องเสมือน
- Storage: พื้นที่เก็บข้อมูล
- Backup / DR: การสำรองข้อมูลและรองรับเหตุขัดข้อง
- Hosting / Platform: รองรับ Website/Application ตามบริการที่เลือกใช้
9. DiTC — Website Services
Dharmniti IT Center (DiTC) ผู้ให้บริการด้านคอมพิวเตอร์และ IT แบบครบวงจร
DiTC คืออะไร?
- DiTC ย่อมาจาก Dharmniti IT Center
- เป็นผู้ให้บริการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในเครือบริษัท ธรรมนิติ จำกัด (มหาชน)
- มีแนวคิดหลักเป็น IT Solution แบบ One Stop Service
Website Services
- Web Design & Develop
- Web Maintenance Service
- Digital Media
- Digital Advertising
บริการที่เกี่ยวข้อง
- รับฝากพื้นที่เว็บไซต์และโดเมน
- บริการ SSL Certificate
- ดูแลและอัปเดตเว็บไซต์ให้ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน
- รองรับการออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจและทุกอุปกรณ์
จุดเด่นของบริการเว็บไซต์
1. Design & Develop
- ออกแบบเว็บไซต์ให้สวย ทันสมัย และใช้งานง่าย
- รองรับทุกอุปกรณ์
- ออกแบบ UX/UI ให้เหมาะกับพฤติกรรมลูกค้า
2. Maintenance
- ตรวจสอบและอัปเดตเว็บไซต์
- สำรองข้อมูลเว็บไซต์
- ตรวจสอบและแจ้งเตือนไวรัส/มัลแวร์
- ช่วยให้เว็บไซต์ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน
3. Digital & Marketing
- สร้าง Content เช่น ภาพ วิดีโอ และบทความ
- วางแผน Digital Advertising
- รองรับ SEO-Friendly Website เพื่อเพิ่มการเข้าถึง
DiTC Website — แนวทางสู่ 2030
พื้นฐานที่ต้องมี
- Responsive / Mobile-friendly
- UX/UI ที่ใช้งานง่าย
- ความปลอดภัยและ SSL
- Backup และ Website Maintenance
ต่อยอดสู่อนาคต
- เชื่อมต่อระบบธุรกิจผ่าน API
- เพิ่ม Self-Service และระบบออนไลน์
- ใช้ข้อมูล Analytics เพื่อเข้าใจผู้ใช้งาน
- รองรับ AI / Personalization เมื่อเหมาะสม
เป้าหมาย
- เว็บไซต์เป็นมากกว่าหน้าแสดงข้อมูล
- เป็น Digital Channel ที่ช่วยธุรกิจ
- เชื่อม Website กับระบบและข้อมูลขององค์กรได้มากขึ้น
10. PJC — Project & Job Costing
ระบบควบคุมและคำนวณต้นทุนของแต่ละโครงการ/งาน PJC คืออะไร?
PJC ย่อมาจาก Project and Job Costing ใช้ติดตามค่าใช้จ่าย รายได้ และกำไรของแต่ละ Project หรือ Job เพื่อให้เห็นต้นทุนจริงของงานอย่างละเอียด
ติดตามอะไร?
- ค่าแรง (Labor)
- วัสดุ/สินค้า (Material)
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (Expense)
- รายได้และกำไรของโครงการ
ทำไมต้องใช้?
- เปรียบเทียบ Budget กับ Actual Cost
- รู้ว่างานไหนใช้ต้นทุนเกินงบ
- ช่วยควบคุมต้นทุนและประเมินกำไรของแต่ละงาน
PJC — กระบวนการทำงาน
ตั้งโครงการ → เก็บต้นทุน → เปรียบเทียบ → วิเคราะห์กำไร
1. Project / Job
- สร้างรหัสโครงการหรือ Job
- กำหนด Budget / Estimated Cost
- กำหนดรายได้หรือมูลค่างาน
2. Actual Cost
- บันทึกค่าแรง
- บันทึกวัสดุ/สินค้า
- บันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงาน
3. Analysis
- เปรียบเทียบ Actual Cost กับ Budget
- รายได้ − ต้นทุน = กำไร
- ติดตามสถานะต้นทุนของแต่ละ Project / Job
11. Carbon Credit Project
แนวคิดโครงการ: ใช้ข้อมูลจากระบบธุรกิจ/ERP เพื่อวัดและบริหารการปล่อยคาร์บอน
Project Goal
- รวบรวมข้อมูลกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- นำข้อมูลมาคำนวณ Carbon Footprint ขององค์กร
- ใช้ผลลัพธ์เพื่อวางแผนลดการปล่อยและจัดการ Carbon Credit
Data จาก ERP
- Purchasing: ข้อมูลการจัดซื้อและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
- Production: ข้อมูลการผลิตและการใช้ทรัพยากร
- Warehouse / Logistics: ข้อมูลการจัดเก็บและการขนส่ง
- Energy / Utility: ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและพลังงาน
ผลลัพธ์
- Activity Data → Carbon Calculation
- เห็นปริมาณการปล่อยในรูป CO₂e
- นำข้อมูลไปทำ Dashboard / Report และวางแผนลด Carbon
Carbon Credit Project — Process
กระบวนการหลักของโครงการคือ Data → Measure → Reduce → Credit → Report
01 Data
- ดึงข้อมูลกิจกรรมจาก ERP และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- เช่น การซื้อ การผลิต การขนส่ง และการใช้พลังงาน
- จัดเก็บข้อมูลให้พร้อมสำหรับการคำนวณ
02 Measure
- นำ Activity Data มาคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- คำนวณเป็น CO₂e ตามวิธีการ/Emission Factor ที่กำหนด
- ได้ Carbon Footprint ของกิจกรรมหรือองค์กร
03 Reduce
- วิเคราะห์ว่าแหล่งใดปล่อย Carbon สูง
- กำหนดแนวทางลดการใช้พลังงานหรือทรัพยากร
- ติดตามผลก่อนและหลังการลด Carbon
04 Credit
- ผลการลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกสามารถนำไปสู่กระบวนการ Carbon Credit
- เครดิตต้องอ้างอิงโครงการและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
- การออกเครดิตจริงต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ/รับรองตามมาตรฐาน
05 Report
- สรุป Carbon Footprint และผลการลดการปล่อย
- แสดงผลผ่าน Dashboard / Report
- ใช้ประกอบการรายงานด้าน Sustainability / ESG
ERP เกี่ยวข้องอย่างไร?
ERP เป็นแหล่งข้อมูลกิจกรรมของธุรกิจ โดยข้อมูลจาก ERP สามารถนำไปผ่านกระบวนการ Carbon Calculation และแสดงผลบน Dashboard / Report ทำให้ข้อมูล Carbon เชื่อมโยงกับข้อมูลการดำเนินงานจริงขององค์กร